menu1linemenu2linemenu3linemenu4linemenu5linemenu6linemenu7

cng-lpg

เบอร์รับโชค ร่ำรวยเรียน ielts พัดลมฟาร์ม ติดตั้งในโรงงาน ประหยัดพื้นที่ น้ำหนัก เบามาก พัดลมท่อถังกลม คุณภาพสูง พิมพ์กล่องกระดาษ สวยงาม

เอาตัวรอด จาก เหตุการณ์ฉุกเฉิน

อุบัติเหตุ ที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุด สำหรับผู้ใช้รถยนต์

แม้ใช้ความระมัดระวัง ในการเดินทางอย่างดีแล้วแต่ก็อาจเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นได้เสมอจากหลายเหตุผล หลายเหตุการณ์การรับมือและแก้ไขที่ถูกต้องจะช่วยลด ความเสียหายลงได้

  1. ยางแตก เมื่อยางระเบิดหรือแตกกระทันหันไม่ว่าจะอยู่ในช่วงความเร็วใด ต้อง จับพวงมาลัย ให้มั่นคงพยายามรั้งไว้ให้ตรงทิศทาง อย่ากระชากเด็ดขาด ไม่ตกใจกดเบรคอย่างกระทันหัน เพราะรถยนต์อาจหมุนปัดเป๋เสียการทรงตัวได้ ให้ถอนคันเร่ง การลดความเร็วสามารถใช้เบรคได้เพียงเบา ๆและต้องเหยียบ สลับกับการปล่อยเพื่อไม่ให้น้้าหนักถ่ายลงด้านหน้ามากเกินไป ถ้ายางที่แตกไม่ใช้ล้อขับเคลื่อนก็สามารถใช้เกียร์ ช่วยในการลดความเร็วได้หากต้องการเปลี่ยนยางควรดึงเบรคมือก่อนการขึ้นแม่แรง ป้องกันรถยนต์ไหลแต่ถ้ามีที่สูบลมติดรถยนต์ไว้และยางที่แบนไม่ได้รั่วเป็นรูขนาดใหญ่ก็สามารถสูบลมยางให้แข็งกว่าปกติสัก 5-10 ปอนด์/ตารางนิ้ว และค่อย ๆ ขับต่อไปจนถึงร้านเปลี่ยนยางก็ได้
  2. เบรคแตก
    เบรคแตกรถยนต์ทุกรุ่นในปัจจุบันใช้ น้้ามันเบรคเป็นตัวถ่ายทอดแรงดันระหว่างการกดของเท้าไปยังผ้าเบรกเสมือนเป็นระบบไฮดรอลิกชนิดหนึ่ง ดังนั้นจึงอาจมีการรั่วซึมขึ้นได้จากการรั่วของลูกยางตัวใดตัวหนึ่งหรือท่อน้้ามันเบรกรั่วการถ่ายทอดแรงดันก็จะสูญเสียลงไประบบเบรก มักแบ่งการท้างานออกเป็น 2 วงจรอาจเป็นแบบล้อคู่หน้าและล้อคู่หลังหรือเป็นแบบ ไขว้ล้อหน้าซ้าย-ล้อหลังขวาและล้อหน้าขวา-ล้อหลังซ้าย เผื่อว่าวงจรใดวงจรหนึ่งช้ารุดเพื่อให้ระบบยังมีประสิทธิภาพการท้างานหลงเหลืออยู่บ้างดังนั้นเมื่อเบรกแตกหรือน้้ามันเบรคเกิดการรั่วส่วนใหญ่มักหลงเหลือประสิทธิภาพการท้างานอยู่หลายสิบเปอร์เซ็นต์หรืออีกไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งในอีกวงจรตั้งสติให้มั่นคงเมื่อเหยียบแป้นเบรคลงไปแล้วลึกต่้ากว่าปกติ ต้องเหยียบซ้้าแรง ๆ และถี่ ๆเพื่อใช้แรงดันในวงจรที่เหลืออยู่ ผ้าเบรคจะได้สร้างแรงเสียดทานขึ้นมาบ้างพร้อมกับการลดเกียร์ต่้าครั้งละ 1เกียร์จนกว่าจะถึงเกียร์ต่้าสุดแล้วค่อยใช้ เบรคมือช่วย โดยการกดปุ่มล็อกค้างไว้ให้สุด เพื่อไม่ให้เบรคจนล้อล็อกดึงขึ้นแล้วปล่อยสลับกันไป เพื่อลดความเร็ว ถ้าระบบเบรคช้ารุดทุกวงจรต้องใช้การลดเกียร์ต่้าช่วยเป็นหลักแล้วค่อยดึงเบรคมือช่วยเมื่อไล่ลงจนถึงเกียร์ต่้าสุดแล้วรถยนต์ที่ใช้ระบบเบรคที่มีเอบีเอสถ้าต้องการเบรคกระทันหันอย่าเหยียบแล้วปล่อยสลับกันถี่ๆแบบเทคนิคการเบรคในยุคเก่า เพราะเอบีเอสจะตัดการท้างานและไม่สามารถป้องกันการล็อกล้อได้ ต้องเหยียบลงไปให้แน่น ๆแล้วควบคุมพวงมาลัยไปยังทิศทางที่ควรจะไปนั่นคือ วิธีที่ถูกต้องเมื่อต้องเบรคกระทันหัน ในรถยนต์ที่มีเอบีเอส
  3. รถหลุดออกจากทาง
    รถหลุดออกจากทางอาจเป็นเพราะหักหลบสิ่งกีดขวางอย่างกระทันหัน ท้าให้ไถลออกนอกเส้นทาง เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ควรตั้งสติให้มั่นไม่ควรเหยียบเบรคอย่างแรง เพราะอาจท้าให้ล้อล็อกหรือลื่นไถลจนเสียการทรงตัววิธีที่ถูกต้อง ควรลดความเร็วด้วยการแตะเบรคแล้วปล่อยพร้อมกับการลดจังหวะเกียร์เพื่อใช้เครื่องยนต์ช่วยในการชะลอความเร็วอีกเล็กน้อยนอกจากนั้นสายตายังต้องมองทางไปข้างหน้าเพื่อหลบสิ่งกีดขวางไม่ควรหักหลบทันทีเพราะอาจพลิกคว่้าได้
  4. คันเร่งค้าง
    รถยนต์ที่ใช้ระบบเกียร์ธรรมดาถ้าสายคลัตซ์ขาดหรือปั๊มคลัตซ์รั่ว ไม่ได้หมายความว่ารถยนต์จะแล่นไม่ได้เลยยังสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อน้ารถยนตร์ออกจากพื้นที่เป็นระยะสั้นๆโดยไม่ต้องเข็นหรือลากกันได้ไม่ยากวิธีปฏิบัติคือตรวจสอบว่าเส้นทางข้างหน้าต้องว่าง ไม่น้อยกว่า 10-20 เมตร ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดเปิดสวิตซ์กุญแจ เข้าเกียร์ 1 ไว้ กดคันเร่งประมาณ 1-2 ชม.บิดกุญแจสตาร์ทเครื่องยนต์ค้างไว้ตัวรถยนตร์จะกระตุกเป็นจังหวะตามการหมุนของเครื่องยนต์ และไดสตาร์ทเคลื่อนที่กระตุกไปทีละนิดจนกระทั่งเครื่องยนต์ท้างาน ก็กดคันเร่งไปมากขึ้นเพื่อเร่งความเร็วเกียร์จะไม่สามารถเปลี่ยนได้แต่สามารถใช้ความเร็วได้เกือบเต็มที่ของความเร็วสูงสุดของเกียร์ 1 คือประมาณ30-40 กม./ชม.ถ้าเส้นทางข้างหน้าว่าง ก็สามารถขับไปได้เรื่อย ๆ เมื่อต้องเบรกก็กดแป้นเบรกลงไปเท่านั้นปล่อยให้เครื่องยนต์ดับแล้วค่อยเริ่มออกตัวใหม่
  5. เครื่องยนต์ร้อนจัด
    ถ้าไม่ได้เกิดจากการรั่วซึมผิดปกติแต่เกิดจากการหลงลืมเติมน้้าหม้อน้้า ก็สามารถเต็มน้้าเข้าไปให้เต็มได้เพราะถ้ามีการรั่ว เติมลงไปก็รั่วออกมาอีก การเติมน้้า ต้องมีเทคนิคและใจเย็นจอดรถยนต์หลบในที่ปลอดภัยดับเครื่องยนต์ รอให้เครื่องยนต์เย็นลงบ้าง หาผ้าหนาๆ และผืนกว้างพอสมควร เช่น ผ้ายางรองพื้นในรถยนต์คลุมฝาหม้อน้้าให้มิดแล้วบิดออกเล็กน้อยก่อน เพื่อให้แรงดันภายในคลายตัวออกบ้างเมื่อแรงดันคลายตัวออกมามากในช่วงระยะเวลาประมาณ 2-3 นาที ค่อยๆเปิดฝาหม้อน้้าต่อระวังไอหรือน้้าร้อนพุ่งขึ้นมาต้องคลุมผ้าผืนหนาไว้ให้มิดชิดมาก ๆ อย่ารีบเติมน้้าลงไปในทันทีต้องรอให้เครื่องยนต์คลายความร้อน อาจต้องรอถึงกว่า 20-30 นาทีการเติมน้้าต้องเติมครั้งละนิด ไม่ควรเกินครึ่งลิตร แล้วทิ้งช่วงสัก 5 นาทีเพื่อให้น้้าที่เติมดึงความร้อนกระจายกันให้ทั่ว เพราะโลหะที่ร้อนจัดเมื่อถูกน้้าเย็นทันที จะหดตัวลงอย่างรวดเร็ว จนร้าวหรือเสียหายได้
  6. เมื่อมีรถยนต์สวนทาง มาในเลนของเรา
    เมื่อมีรถยนต์แล่นสวนมาเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นบ่อย โดยเฉพาะในการขับบนถนน 2 เลนสวนกัน ขั้นแรกควรลดความเร็วลงแต่อย่ามากเกินไปจนรถที่ตามมาด้านหลังชนได้มองกระจกด้านซ้ายเพื่อหาหนทางหนีทีไล่พร้อมกระพริบไฟสูงและบีบแตรเตือนและเบี่ยงออกทางเลนซ้ายไม่ควรหลบข้ามเลยไปในช่องทางของรถยนต์ที่แล่นสวนมาเพราะบ่อยครั้งคนขับเพิ่งรู้สึกตัว แล้วหักหลบเข้ามา จนท้าให้เกิดการชนกันได้
  7. กระจกแตก
    มักไม่ค่อยมีปัญหาหากกระจกหน้าเป็นแบบลามิเนท2 ชั้น ซึ่งมีแผ่นฟิล์มเหนียวคั่นกลางเพราะจะไม่ร่วงเป็นเม็ดข้าวโพดเหมือนกระจกแบบเทมเปอร์ชั้นเดียวโดยแผ่นฟิล์มเหนียวตรงกลางจะเป็นตัวยึดไม่ให้เศษกระจกแยกออกจากกันจึงท้าให้พอมองทะลุผ่านและขับต่อไปได้ไกล ถ้าเป็นกระจกแบบเทมเปอร์จะแตกรวดเร็วมากเพียงจุดแตกเล็ก ๆ ท้าให้เนื้อกระจกสูญเสียความแข็งแรงและเกิดรอยร้าวทั่วแผ่นเป็นฝ้าขาวจนไม่สามารถมองผ่านได้ผู้ขับจึงต้องตั้งสติให้มั่นและค่อย ๆ ชะลอความเร็ว แล้วเบี่ยงรถยนต์เข้าสู่ไหล่ทางถ้าเหลือกระจกติดที่ขอบ ให้ใช่ไม้หุ้มผ้าหนา ๆหรือกระดาษหนังสือพิมพ์ในการกระแทกเศษกระจกที่ยังติดอยู่บนขอบออกให้หมดโดยควรหา กระดาษหรือผ้ารองบนแผงหน้าปิด และฝากระโปรงหน้าเพื่อป้องกันเศษกระจกหล่นลงในช่องแอร์หรือขูดขีดสีตัวถัง ขณะที่ขับรถยนต์ที่ไม่มีกระจกบังลมหน้าควรปิดกระจกทุกบาน การเปิดกระจกหน้าต่างท้าให้ลมมาปะทะคนและท้าให้รถยนต์มีการทรงตัวไม่ดีจากลมที่ไหลผ่านถ้ามีแผ่นกันแดดหรือแว่นสายตาก็ควรน้ามาใส่ เพื่อป้องกันฝุ่นละอองและเศษกระจกที่อาจค้างอยู่
  8. สิ่งของตก กลางถนน
    ไม่ควรแล่นทับเพราะอาจท้าให้เกิดอันตรายหรือความเสียหายได้ ขั้นแรกควรลดความเร็วหากช่องทางทั้งซ้าย-ขวาไม่มีรถยนต์แล่นตามหลังมาให้หักหลบโดยพยายามเบี่ยงให้น้อยที่สุดเพราะการหักหลบมาก ๆ ในขณะที่ขับเร็วรถยนต์อาจหมุนหรือปัดเป๋ได้หากเลี่ยงไม่ได้ หลังการทับหรือชนควรจอดรถและตรวจสอบชิ้นส่วนใต้ท้องรถว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นหรือไม่เช่นคันชัก คันส่ง ท่อส่งเชื้อเพลิง ถังน้้ามัน ยาง ฯลฯ
  9. สัตว์ขวางทาง
  10. ควรลดความเร็ว แต่ไม่ควรเบรคอย่างรุนแรงหรือหักหลบทันทีเพราะอาจท้าให้รถยนต์พลิกคว่้าได้และไม่ควรหักหลบไปในช่องทางที่มีรถแล่นสวนมาหากไม่เร่งรีบ ควรปล่อยให้สัตว์เหล่านั้นเดินจนพ้นจากถนนไม่ควรบีบแตรไล่เพราะอาจท้าให้ตกใจและหันมาท้าอันตรายได้การแซงควรเลี้ยงไปด้านหลังของสัตว์เพราะการตัดหน้าจะท้าให้สัตว์ตกใจและเตลิดอันตรายต่อรถยนต์ในช่องทางอื่น

การขับขี่ อย่างปลอดภัย ต้องมีสติ และ หมั่นตรวจสอบเครื่องยนต์ให้ พร้อมใช้งาน เสมอ

reference